shadow

งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี

โครงการพัฒนาแกนโลหะใส่ในโพลงกระดูกเพื่อดามกระดูกต้นขาส่วนต้น แบบสั้น (Short Cephalomedullary Nail)

การเกิดอุบัติเหตุ เป็นสาเหตุที่สำคัญที่ก่อให้เกิดอาการกระดูกหักบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดเพียงกระดูกหักเฉพาะที่ หรือมีการบาดเจ็บบริเวณอื่นร่วมด้วย แต่การหักของกระดูกบางบริเวณของร่างกายนั้น จะก่อให้เกิดอันตรายอย่างมาก เช่น กระดูกหักที่เกิดบริเวณต้นขา (femoral shaft fracture) จะทําให้เสียเลือดมาก เป็นต้น สำหรับกระดูกต้นขาส่วนต้น บริเวณรอบข้อสะโพก มักพบว่ามีการหักเกิดขึ้นได้บ่อยจากการหกล้มในผู้สูงอายุ ลักษณะของกระดูกที่หักบริเวณรอบข้อสะโพกสามารถมีได้หลากหลายรูปแบบขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพกระดูกของผู้ป่วย ลักษณะท่าทางที่ล้มลง หรือแรงที่มากระทำ เป็นต้น ที่พบบ่อยได้แก่กระดูกหักบริเวณ neck และบริเวณ intertrochanter

โปรแกรมบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการแพทย์ขั้นสูง (ADTEC) สังกัดศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) จึงได้ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแบบและพัฒนาแกนโลหะใส่ในโพรงกระดูกเพื่อดามกระดูกต้นขาส่วนต้นแบบสั้น (Short Cephalomedullary Nail) ที่เหมาะสมกับกายวิภาคกระดูกต้นขาส่วนต้นของคนไทยและผลิตโดยโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 13485  อีกทั้งมีการทดสอบต่างๆ ทั้งการทดสอบทางกายภาพ และการทดสอบทางชีวภาพ เพื่อยืนยันสมรรถนะการใช้งานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต้นแบบแล้ว รวมทั้งการวิจัยเชิงคลินิกเพื่อยืนยันว่าตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานแล้ว และด้วยเหตุนี้โปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน (ADTEC) จึงเล็งเห็นความสำคัญของการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แกนโลหะดามกระดูกและใส่ในโพรงกระดูกต้นขาส่วนต้นสู่เชิงพาณิชย์ โดยจัดทำโครงการเพื่อบริการคนไข้และฝึกอบรมแพทย์ผ่าตัดให้คุ้นเคยกับระบบผลิตภัณฑ์แกนโลหะฯ ของไทย

 

 

โครงการออกแบบและพัฒนาข้อสะโพกเทียม (HIP)

วัตถุประสงค์

1) เพื่อนำต้นแบบข้อสะโพกเทียมพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อสำหรับใช้ในการทดสอบทางชีวภาพ

2) เพื่อนำต้นแบบข้อสะโพกเทียมสำหรับใช้ในการทดสอบทางกายภาพ

3) เพื่อนำต้นแบบข้อสะโพกเทียมสำหรับใช้ในการวิจัยในกระดูกเทียมและทำในศพ

4) เพื่อนำต้นแบบข้อสะโพกเทียมสำหรับใช้ในการวิจัยในมนุษย์ (Clinical trial)

5) เพื่อให้ได้แฟ้มข้อมูลการออกแบบ (Design history file) สำหรับการถ่ายทอดเชิงพาณิชย์

การออกแบบ ผลิต และทดสอบหมุดยึดทางทันตกรรมจัดฟัน MiniImplant

ปัจจุบัน มีการนำสกรูขนาดเล็กที่ผลิตจากไทเทเนียมมาประยุกต์ใช้ในทางทันตกรรมจัดฟันชนิดติดแน่น เนื่องจากต้องการเคลื่อนฟันเฉพาะซี่ โดยไม่ให้กระทบกับการเคลื่อนของฟันซี่อื่น  ดังนั้น จึงใช้หมุดยึดทางทันตกรรมจัดฟันเป็นหลักยึด เพื่อช่วยสำหรับการเคลื่อบฟัน งานวิจัยนี้ได้ทำการพัฒนาหมุดยึดทางทันตกรรมจัดฟัน (Orthodontic Mini Implant) โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบลักษณะของหมุดยึดทางทันตกรรมจัดฟันด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3 มิติ โดยออกแบบให้มีสัดส่วนตลอดจนลักษณะทางกายภาพที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำจากทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางทันตกรรมจัดฟันโดยเฉพาะ เมื่อทำการออกแบบเสร็จสิ้นแล้วจึงนำภาพร่างของหมุดยึดดังกล่าวที่ได้ส่งต่อให้แก่บริษัท ซิงเกิ้ล พอยท์ พาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  เพื่อทำการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จากนั้นทำการทดสอบหมุดยึดทางทันตกรรมจัดฟันต้นแบบที่ผลิตจากไทเทเนียมเกรด ในห้องปฏิบัติการวิจัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ เพื่อทดสอบคุณสมบัติทางกล ทดสอบความสึกกร่อน ทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพ ทดสอบบรรจุภัณฑ์ และทดสอบการฆ่าเชื้อ เมื่อผลการทดสอบออกมาเป็นที่น่าพอใจ จึงนำต้นแบบหมุดยึดทางทันตกรรมจัดฟันนี้ไปทดสอบเชิงคลินิกซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย และเมื่อทำการประเมินผลการทดสอบทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ได้จะถูกนำไปพัฒนาสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ต่อไป

Mini Implant Mini Implant
Untitled-3

 

การวิจัยและพัฒนาการออกแบบและผลิตรากเทียมสำหรับอวัยวะเทียมบริเวณใบหน้า

เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ที่สูญเสียอวัยวะบริเวณใบหน้าไม่ว่าจะเนื่องด้วยเหตุสงครามหรืออุบัติเหตุหรือโรคมะเร็งที่บริเวณใบหน้าจะมีปัญหาอย่างมากในเรื่องของการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม เนื่องจากขาดความมั่นใจในตนเองในการพบปะสื่อสารกับบุคคลอื่น และมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นบุคคลพิการ มีใบหน้าที่ไม่สมประกอบและไม่อาจจะพูดคุยกับผู้อื่นได้ จึงเป็นผลต่อเนื่องไปถึงการประกอบอาชีพ โดยบุคคลเหล่านี้มักเลือกที่จะประกอบอาชีพขายลอตเตอรี่ หรืออาจจะไม่ประกอบอาชีพเลยเนื่องจากไม่มีความมั่นใจ นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับรากฟันเทียมจนนำไปสู่การวิจัยและพัฒนา จนกระทั่งเกิดรากฟันเทียมที่สามารถผลิตได้เองภายในประเทศซึ่งมีคุณภาพเทียบเท่ากับของต่างประเทศ จึงเป็นที่มาของแนวคิดที่จะวิจัยและพัฒนารากเทียมที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันแต่จะนำไปฝังบริเวณกระดูกใบหน้าเพื่อเป็นตัวยึดให้กับอวัยวะเทียมบริเวณใบหน้า เป็นต้นว่า ตา หู และจมูก ปัจจุบันโครงการวิจัยดังกล่าวได้ดำเนินการก้าวหน้าไปมาก โดยต้นแบบที่พัฒนาขึ้น ได้ถูกนำมาทดสอบทั้งทางด้านกายภาพและชีวภาพรวมถึงการทดสอบในสัตว์ทดลองก่อนที่จะนำมาทดสอบในเชิงคลินิกกับมนุษย์ต่อไป โครงการวิจัยดังกล่าวถือเป็นโครงการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือผู้พิการอวัยวะบริเวณใบหน้าให้กลับมามีชีวิตที่เป็นปกติ มีความมั่นใจและเข้าสู่สังคมได้ ทั้งนี้เป็นผลจากพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

Untitled-1
2

cfi2
KAN_5160