shadow

ข่าวใหม่

TCELS จับมือ อย. หนุนผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์ ยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ด้วยการจัดเตรียมเอกสาร CSDTเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเพื่อรองรับมาตรฐานสากล แข่งขันได้ในตลาดโลก

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2561 กรุงเทพฯ : ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกันกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุขจัดประชุม “การขับเคลื่อนเครื่องมือแพทย์ยุค Thailand 4.0 เพื่อยกระดับมาตรฐานรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ด้วยการจัดเตรียมเอกสาร Common Submission Dossier Template (CSDT)” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการเตรียมแฟ้ม CSDT ก่อนยื่นคำขออนุญาตเพื่อการผลิต พร้อมปรับตัวรองรับมาตรฐานการผลิตเครื่องมือแพทย์ให้ได้มาตรฐานสากล โดยมี ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ รองผู้อำนวยการทีเซลล์ ภญ.กรภัทร ตรีสารศรี ผู้อำนวยการกองควบคุมเครื่องมือแพทย์ อย. นายวิวัฒน์ จันทรสาธิต โปรแกรมบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการแพทย์ขั้นสูง สังกัด TCELS ร่วมเปิดงาน ซึ่งมีผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์กว่า 200 คนเข้าร่วมงาน

โดยที่ผ่านมา ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ร่วมมือกันส่งเสริมให้เกิดการพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินงานภายใต้ “โครงการ ให้บริการปรึกษาการจัดเตรียมเอกสารสำหรับเครื่องมือแพทย์โดยใช้ Common Submission Dossier Template (CSDT)” ที่สนับสนุนผู้ประกอบการในการจัดเตรียมแฟ้ม CSDT หลังเปิดประชาคมอาเซียน ซึ่งมีผู้ประกอบการจัดทำแฟ้มสำเร็จและยื่นคำขออนุญาตแล้วจำนวนหนึ่ง รวมถึงยังสนับสนุนผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์เข้าร่วมประชุม และรับคำปรึกษาเชิงลึก เพื่อเตรียมการยื่นแฟ้ม และแลกเปลี่ยนความรู้เตรียมการตรวจแฟ้ม ให้สามารถนำไปปรับปรุงเพื่อเตรียมนำมายื่นขออนุญาตใหม่ ส่งผลให้เกิดการตรวจแฟ้ม CSDT อย่างจริงจังสำหรับผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์ของไทย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ตลอด Value Chain เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์มีขั้นตอนคร่าวๆ ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนา การทดสอบเบื้องต้น การศึกษาวิจัยเชิงคลินิก การขออนุญาตและการผลิต และกิจกรรมหลังจากเข้าสู่ตลาด ซึ่งในขั้นของการขออนุญาตและการผลิต นับเป็นขั้นที่สำคัญ ด้วยการจัดเตรียมแฟ้มเพื่อรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เช่น CSDT เป็นต้น ซึ่ง TCELS ให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์ในส่วนการส่งเสริมการจัดทำแฟ้ม CSDT

ทั้งนี้ งานประชุมดังกล่าวนอกจากการบรรยายแนวทางจัดเตรียม ประเมิน และทบทวนเอกสาร CSDT ของ อย. รวมถึงรับฟังก้าวต่อไปของการสนับสนุนผู้ประกอบการในการจัดเตรียมเอกสาร CSDT เพื่อพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์ยุค Thailand 4.0 แล้ว ยังมี workshop ประชุมเชิงลึกแนวทางประเมิน ทบทวน และอนุมัติ เอกสาร CSDT ของผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์กลุ่ม Active Medical Device, Non – Active Medical Device (Non Sterile and Sterile) เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เตรียมความพร้อมการจัดเตรียมเอกสารสำหรับเครื่องมือแพทย์หรือแฟ้ม CSDT นับเป็นการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของไทยมีมาตรฐานที่สูงขึ้น รวมถึงสามารถยกระดับขีดการแข่งขันของผู้ประกอบการและผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ไทยในตลาดสากลได้

ทีเซลส์ ร่วมขนทัพนิทรรศการ “ขับเคลื่อน THAILAND 4.0 ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม: THAILAND 4.0 IN THE MAKING”

กรุงเทพฯ–26 พ.ย.–ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาตร์ (องค์การมหาชน)
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปฏิรูประบบเศรษฐกิจสู่ฐานนวัตกรรม ขนทัพนิทรรศการ “ขับเคลื่อน THAILAND 4.0 ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม : THAILAND 4.0 IN THE MAKING” จัดแสดงบนพื้นที่ Park@Siam ระหว่างวันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2561 และพื้นที่สยามสแควร์ ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2561 จัดแสดงผลงานนิทรรศการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 อย่างเป็นรูปธรรมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใน4 ด้าน “สร้างคน แก้จน เสริมแกร่ง สู่ภูมิภาค” หวังกระตุ้น สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระยะสั้น-ระยะยาว พร้อมเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มภาคภูมิ ตอกย้ำจุดยืนรัฐบาลใช้นวัตกรรมพลิกโฉมประเทศ ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ได้กล่าวว่า “รัฐบาลได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการนำเอาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ พาชาติก้าวข้ามกับดักกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง โดยใช้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อนำไทยสู่ประเทศพัฒนาแล้ว”

รองนายกฯ กล่าวย้ำว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว โดยต้องทำให้คนไทยทุกคนเข้าใจและเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเด็กไทยจะต้องรู้ว่าวิทยาศาสตร์สำคัญกับชีวิตพวกเค้า เห็นความจำเป็นในการเรียน STEM เพราะ STEM จะเป็นพื้นฐานของอาชีพในอนาคต คนรุ่นใหม่จะต้องเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์เป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ รวมทั้งจะต้องมีทักษะฝีมือในการลงมือทำ เพราะการทำธุรกิจในปัจจุบันนั้น แข่งขันกันที่ความคิดและการใช้ทักษะและเทคโนโลยีในการทำธุรกิจ เป็นต้น”

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดงานในครั้งนี้เพื่อแสดงผลงานในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม โดยนำเสนอนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยการจัดแสดงผลงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย 4 โซนนิทรรศการหลัก ได้แก่ โซนวิทย์สร้างคน โซนวิทย์แก้จน โซนวิทย์เสริมแกร่ง และโซนวิทย์สู่ภูมิภาค ซึ่งพื้นที่ 4 โซนนี้ ได้นำเสนอผลงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 13 ด้านสำคัญ และไฮไลท์ของงาน ได้แก่ TREE of WISDOM ต้นไม้ interactive แห่งอนาคต ครั้งแรกกับการเชื่อมต่อความคิดและอารมณ์ให้กลายเป็นภาพและสีที่จับต้องได้ ซึ่งเชื่อม Neuro Sensing คลื่นสมองออกมาแสดงผลเป็นการเปลี่ยนสีสันของต้นไม้ LED ขนาดใหญ่ สุดตระการตา ทำให้บริเวณลาน slope SQ1, FreakLab ผลงาน interactive ที่ผสาน Science & Arts และ digital technology ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งจะกระจายอยู่ทั่วทั้งงาน, INSECT WORLD โลกแห่งแมลง อยู่บริเวณสวน Park @Siam, Thai Space Consortium: โครงการความร่วมมือ “ดาวเทียมไทย” สู่ห้วงอวกาศ บริเวณลาน Hard Rock Cafe และ Robot Contest โดยสมาคม TRS บริเวณสวน Park @Siam”

ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า “ทีเซลส์ (TCELS) ร่วมขับเคลื่อนจัดแสดงผลงานนิทรรศการ Medicopolis เวชนคร ซึ่งเป็นการพัฒนาเมืองสุขภาพที่สอดรับกับบริบทในแต่ละพื้นที่ เช่น ย่านนวัตกรรมทางการแพทย์โยธี (Yothi Medical Innovation District) โดย ทีเซลส์ (TCELS) ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ จัดแสดงผลงานนิทรรศการ Food Innopolis เมืองนวัตกรรมอาหาร พัฒนาพื้นที่ ที่พร้อมสำหรับการลงทุนด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “อาหาร” โดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ร่วมกับสถาบันมาตรวิทยาพัฒนาแห่งชาติ (มว.), สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ซึ่งอยู่ในพื้นที่โซนนิทรรศการ วิทย์เสริมแกร่ง”

“แนวคิดของโครงการเวชนคร หรือ Medicopolis คือ การนำจุดเด่นของประเทศไทย นั่นคือการบริการ มาเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ หรือ บริการที่เป็นนวัตกรรม โดยเน้นเรื่องของสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน โครงการพัฒนาโปรแกรมเวชนครและสารสนเทศชีวการแพทย์ (Medicopolis&Health Informatics: MEDICOPOLIS) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ และสุขภาพของประชาชน ภายใต้นโยบาย flagship ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

“กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ทีเซลส์ (TCELS) จับมือร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ผนึกพลังร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงศึกษาธิการ, หน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ร่วมขับเคลื่อนย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (Yothi Medical Innovation District : YMID) ยกระดับให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางย่านนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่ ตลอดจนสร้างเครือข่ายในภูมิภาคอาเซียน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคโนโลยี อันเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์อย่างยั่งยืน เพื่อรองรับ THAILAND 4.0 และเป็นพื้นที่นวัตกรรมต้นแบบของประเทศไทย” ดร.นเรศกล่าว

“ตัวอย่างความสำเร็จในการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการค้นหาตัวยาใหม่จากสารสกัดธรรมชาติ (Natural Product Drug Discovery: NPDD) ในย่านนวัตกรรมทางการแพทย์โยธี ทีเซลส์ (TCELS) ใช้กลไกการพัฒนาเทคโนโลยี ที่เป็นนวัตกรรมในการค้นหาตัวยาใหม่ (drug discovery) ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและล้าสมัยของโลก ซึ่งยังหาคำตอบไม่ได้ (unmet medical needs) ด้วยการสร้างความร่วมมือในลักษณะนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) ทั้งในและต่างประเทศ” ดร.นเรศกล่าวปิดท้าย

ภายในงาน ทีเซลส์ร่วมกับศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี มอบของขวัญประชาชน แจกคูปองตรวจพันธุกรรม ได้แก่ คูปองตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมในทารกจากเลือดแม่ NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) หรือ Thai NIPT และคูปองตรวจหาพันธุกรรมโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากเซลล์ไขสันหลังเสื่อม (SMA) สำหรับคู่สามีภรรยาก่อนมีบุตร โดยร่วมมือกับพันธุภาคย์สหคลินิก เนื่องจากการตรวจต้องอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

นอกจากนี้ ทีเซลส์ (TCELS) โดยศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง (ADTEC) ซึ่งมีภาระกิจผลักดันและส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมทั้งในและต่างประเทศ มาพัฒนาต่อยอดให้เป็นสินค้าและบริการด้านเครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการแพทย์ไทยสู่ระดับสากล ยกทัพนำผลงานนวัตกรรมเครื่องมือทางการแพทย์มาจัดแสดงโชว์ในงานนี้ด้วย อาทิ ผลิตภัณฑ์แผ่นโลหะและหมุดยึดดามกระดูกบริเวณใบหน้าและขากรรไกร (Mini Plates & Screws for Human), ผลิตภัณฑ์แผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็ก (Plates and Screws for Small Animals) และ ผลิตภัณฑ์ดอกสว่านเจาะกระดูก (Bone Drill)

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/prg/2920432

งานแถลงข่าว “โครงการบริการฝังรากฟันเทียมผู้สูงอายุ” (9/2/61) ณ โรงแรมรามาการ์เด้น ภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพฯ (มีคลิปข่าว)

งานแถลงข่าว "โครงการบริการฝังรากฟันเทียมผู้สูงอายุ" (9/2/61) ณ โรงแรมรามาการ์เด้น ภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพฯ

โปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน หรือ ADTEC ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมสานต่อพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ของปวงชนชาวไทย   ด้านงานทันตกรรม เปิดตัว “โครงการบริการฝังรากฟันเทียมผู้สูงอายุ” ช่วยลดปัญหาต่างๆ ในช่องปาก อาทิ ปัญหาเรื่องการบดเคี้ยวอาหาร ปัญหาเรื่องการใส่ฟันปลอม ตั้งเป้า ๓ ปี  ๖,๐๐๐ ราย ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร     

   
ผศ.ทพ. วิจิตร ธรานนท์ ผู้อำนวยการโปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน (ADTEC) กล่าวว่า จากความสำเร็จของ “โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐” สู่ “โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔” ที่ให้บริการฝังรากฟันเทียมแก่ผู้สูงอายุโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จำนวน ๑๐,๐๐๐ ราย และ ๘,๔๐๐ รายทั่วประเทศตามลำดับ ซึ่งเกิดจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาล ๙ ที่ทรงห่วงใยประชาชนในเรื่องของสุขภาพฟัน โดยทรงมีพระราชดำรัส ว่า “เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” และยังได้รับสั่งต่ออีกว่า “คนเรานั้นถ้าสุขภาพในช่องปากไม่ดี ก็จะทำให้สุขภาพด้านอื่นๆ ด้อยไปด้วย” จากพระราชดำรัสในครั้งนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ร่วมมือจัดทำโครงการขึ้น ซึ่งโครงการที่ผ่านมานั้นสำรวจพบว่า ผู้สูงอายุที่ฟันหลุดหมดปาก จะนิยมใส่ฟันเทียม เมื่อใส่ไปแล้วเวลาพูด ฟันเทียมมักจะหลุดออกมา หรือเวลาเคี้ยวอาหารก็จะทำให้รู้สึกเจ็บ การใส่รากฟันเทียมลงไป จะทำให้ฟันเทียมทั้งปากแน่นขึ้น สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น โดยให้ผู้สูงอายุที่ขาดโอกาสในการรักษาสุขภาพช่องปาก ได้มีโอกาสเข้ารับบริการฝังรากฟันเทียมบริเวณขากรรไกรล่าง รายละ ๒ ชุด ทำให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการฝังรากฟันเทียมสามารถบดเคี้ยวอาหารได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

สำหรับ “โครงการบริการฝังรากฟันเทียมผู้สูงอายุ” ในครั้งนี้ นับเป็นการสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านอีกครั้ง ซึ่งโปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน (ADTEC) ได้เล็งเห็นงานทันตกรรมรากเทียม เพื่อผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับแผนทันตกรรมสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๕ ที่ต้องการให้มีการเพิ่มการเข้าถึงการบริการ การส่งเสริม การรักษา และฟื้นฟูสภาพช่องปากของผู้สูงอายุให้เพิ่มมากขึ้น โดยในปีนี้เราจะเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุจากทั่วประเทศ จำนวน ๗๐๐ ราย ซึ่งในปีนี้จะแตกต่างจาก ๒ โครงการที่ผ่านมาคือเราจะใส่รากฟันเดี่ยวให้กับผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันในบางส่วน โดยเฉพาะฟันบดเคี้ยว หรือ ฟันกราม ให้คนละ ๒ ราก ตั้งเป้า ๓ ปี จำนวน ๖,๐๐๐ ราย เฉลี่ยปีละ ๒,๐๐๐ ราย  รวมจำนวน ๔,๐๐๐ ราก ซึ่งรากฟันที่ใส่ให้คนไข้จะมีอายุการใช้งานอย่างต่ำ ๑๐ ปี หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการรักษา โดยคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป ซึ่งผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการคัดกรองจากทันตแพทย์โดยสามารถไปติดต่อได้ที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีทั้งหมด ๒๐ แห่ง ดังนี้


ภาคเหนือ ได้แก่ รพ.เชียงคำ จ.พะเยา, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย, รพ.แพร่ จ.แพร่ รพ.ลำปาง จ.ลำปาง, รพ.น่าน จ.น่าน 
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ รพ.เทพรัตน์ จ.นครราชสีมา, รพ.สิรินธร  จ.ขอนแก่น, คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น, รพ.สรรพสิทธิประสงค์  จ.อุบลราชธานี  
ภาคใต้  ได้แก่  รพ.ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์, รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, รพ.สตูล จ.สตูล,   รพ.ตรัง จ.ตรัง, รพ.ตะกั่วป่า จ.พังงา, รพ.สุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎ์ธานี
ภาคตะวันออก ได้แก่ รพ. ขลุง จ.จันทบุรี, รพ.ระยอง จ.ระยอง


ภาคกลาง ได้แก่ โรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี,สถาบันประสาทวิทยา กรุงเทพฯ และ คลินิกทันตกรรม ADTEC จ.ปทุมธานี 
ผศ.ทพ. วิจิตร ธรานนท์ ผู้อำนวยการโปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน (ADTEC)   กล่าวปิดท้ายว่า จากการดำเนินงานโครงการบริการรากฟันเทียมผู้สูงอายุ ทำให้ทราบถึงปัญหาต่างๆ มากมาย  โดยส่วนใหญ่พบว่า ผู้สูงอายุในต่างจังหวัดจะไม่ใส่ใจในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก เนื่องจากไม่มีความรู้ และอีกอย่างคือ ทุกคนต้องทำงาน เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว จึงคิดว่า “ไม่มีฟัน” ก็ไม่เป็นไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ฟัน” คือสิ่งที่สำคัญมาก นอกจากจะทำให้เรามีความมั่นใจ ฟันยังช่วยให้เราบดเคี้ยวอาหาร เพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพราะฉะนั้นการมีสุขภาพฟันที่ดี สุขภาพร่างกายก็จะดีตามไปด้วย ซึ่งปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปาก ถือเป็นปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุ จากผลสำรวจพบว่า ผู้สูงอายุในปัจจุบันประเทศไทย มีจำนวน ๑๔ ล้านคน โดย ๘๘ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันไปบางส่วน และอีก ๑๒ เปอร์เซ็นต์ คือ คนที่ไม่มีฟันเลย ดังนั้นอาจพูดได้ว่า ผู้สูงอายุทุกคนจะมีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว เพราะฟันบางส่วนหลุดหายไป และต้องใช้ฟันหน้าเคี้ยวอาหารแทน  ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะรากฟันจะค่อยๆ สึกไปเรื่อยๆ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพปากและฟัน ด้วยวิธีง่ายๆ คือ แปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธี หมั่นไปตรวจสุขภาพฟันทุกๆ ๖ เดือน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ๐๒-๕๖๔-๖๙๖๐-๑, ๐๒-๕๖๔-๗๐๐๐ หรือ www.adtec.or.th

1 2 3 7
8 6 5 4
9 10 11 12

 

การประชุม “ยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ยุค Thailand 4.0” Common Submission Dossier Template (CSDT)ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงเเรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

การประชุม "ยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ยุค Thailand 4.0" Common Submission Dossier Template (CSDT)ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงเเรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

r1 r2 r3 r5
r6 r7 r8 r9
r10 r11 r12 r13
r14 r15    

ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง อภิปรายถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์

ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง อภิปรายถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ในงาน 1st National Medical & Health – Tech Innovation "นวัตกรรมทางการแพทย์สู่ Thailand 4.0" วันที่ 31 ส.ค. 60 – 1 ก.ย. 60 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

IMG-4659