shadow

ข่าว แอดเทค รากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัด นราธิวาส

b5a7k6h6bbkaf9cfa9a6i

‘รากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติ’เสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยแดนใต้
‘รากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติ’ เสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยชายแดนใต้

             ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุใน จ.นราธิวาส จำนวนไม่น้อยเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เกี่ยวกับทันตกรรมมักจะปล่อยเลยตามเลย ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพปากและฟันค่อนข้างมาก ซึ่งตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีทันตกรรมขั้นสูง สำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดทำโครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ซึ่งได้ดำเนินการโครงการมาตั้งแต่ปี 2557  เพื่อบริการฝังรากฟันเทียมให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยได้นำหน่วยทันตแพทย์พระราชทาน กองทันตแพทย์ กรมแพทย์ทหารบก และทันตแพทย์จากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และทันตแพทย์จากโรงพยาบาลหาดใหญ่ ออกให้บริการทางทันตกรรมแก่ประชาชนในพื้นที่

             นราธิวาสแบ่งเป็น 13 อำเภอ มีประชากรกว่า 7.7 แสนคน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุราวร้อยละ 10 หรือประมาณ 7.7 หมื่นคน ซึ่งตั้งแต่โครงการนี้เริ่มดำเนินการมีผู้สูงอายุในพื้นที่เข้ารับการรักษาอาการทางทันตกรรมแล้วกว่า 1.4 หมื่นราย ซึ่งมีทั้งที่ฟันผุ และมีปัญหาเกี่ยวกับเหงือก แต่ในจำนวนนี้มีอยู่กว่า 50 ราย ที่มีอาการหนัก ต้องรับการรักษาโดยการฝังรากฟันเทียม

  เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประชาชนที่นี่มีปัญหาสุขภาพในช่องปากค่อนข้างมากเป็น เพราะการเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล บางอำเภออยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาล ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะเดินทางไปไหนมาไหนไกลจากบ้านเรือนมากนัก เมื่อมีอาการปวดฟันจึงมักปล่อยเลยตามเลย หรือไม่ก็หายาแก้ปวดรับประทานเอง เมื่อปล่อยเป็นเวลานานทำให้ประสบปัญหาฟันผุจนหมดปาก ทำให้ยากลำบากต่อการบดเคี้ยวอาหาร

             หลังจากเข้าไปดำเนินการโครงการนี้ มีการประสานให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ออกสำรวจประชาชนที่มีปัญหา เกี่ยวกับช่องปากและฟัน โดยใช้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลเป็นพื้นที่ประสานงานในการรวบรวม ข้อมูล ก่อนจะส่งให้ทีมทันตแพทย์พระราชทาน ซึ่งหลังจากทราบข้อมูลแล้วจะมีการจัดส่งกำลังทหารเข้าไปรับตัวประชาชนที่มี ปัญหาช่องปากและฟันเข้ารับการรักษาตามสถานที่ตั้งของหน่วยทันตแพทย์ที่เข้า ร่วมโครงการนี้ ซึ่งวิธีการนี้ทำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยความไม่สงบเข้าถึงการรักษาทาง ทันตกรรมมากขึ้น

             นายวีระ ภู่พงษ์ไพบูลย์ วัย 64 ปี หนึ่งในผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการนี้  บอกว่า ป่วยเป็นโรคปริทันต์มานาน ต้องถอนฟันจนหมดปาก หลายปีที่ผ่านมาประสบปัญหาในการบดเคี้ยวอาหารค่อนข้างมากส่งผลต่อคุณภาพ ชีวิต จะไปรักษาที่โรงพยาบาลก็ต้องใช้เวลานานและมีปัญหาเรื่องความไม่สงบในพื้นที่ จึงไม่กล้าเดินทางไปไหน เมื่อทราบข่าวว่ามีโครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จึงเข้าร่วมโครงการทันที

             “ความรู้สึกมันต่างกันมาก ก่อนหน้านี้เวลาจะกินอะไรก็ต้องระมัดระวัง เพราะฟันโยกตลอด แต่พอได้ทำรากฟันเทียมแล้วรู้สึกดี ฟันมั่นคงแข็งแรง จากที่กินสะตอไม่ได้ก็กินได้ ไม่ต้องคอยระมัดระวังว่าฟันจะหลุด ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมาก” นายวีระ กล่าว

             สอดคล้องกับนางอากีย๊ะ สะอุ ที่ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ต้องระมัดระวังในการเลือกรับประทานอาหารเป็นอย่างมาก ทำให้รู้สึกหงุดหงิดและเบื่ออาหาร หลายครั้งที่อยากรับประทานอาหารที่ค่อนข้างแข็ง แต่ก็รับประทานไม่ได้ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาฝังรากฟันเทียม จนสามารถรับประทานอาหารได้สะดวกขึ้น และมีฟันที่แข็งแรง

             ส่วนนางให้ เตชะศรี วัย 82 ปี ซึ่งเข้ารับการฝังรากฟันเทียมจากทีมทันตแพทย์โรงพยาบาลหาดใหญ่ ที่เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย ยอมรับว่า ประสบปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปาก ซึ่งเป็นปัญหาฟันผุและรากฟันไม่แข็งแรง ทำให้ฟันหลุดจนเหลือเพียง 2 ซี่เท่านั้น เกิดความลำบากในการรับประทานอาหาร จนบางครั้งต้องกินอาหารเหลว และมีอาการปวดฟันอย่างบ่อยครั้ง จึงตัดสินเข้าร่วมโครงการรากฟันเทียมของในหลวง โดยมีทันตแพทย์เป็นผู้แนะนำ ทำให้ชีวิตการกินดีขึ้น

             “รู้สึกว่าเวลากินอะไรก็ดีขึ้น ได้เคี้ยวได้กินของที่ชอบ แต่ยังไม่ค่อยชินไม่ค่อยถนัด เพราะว่าป้าเพิ่งใส่ได้ 2 เดือนเอง แต่ก่อนหน้านี้ฟันป้าหลุดออกเกือบหมดจนเหลือแต่ตอบ้าง ได้มาหาหมอ หมอก็แนะนำให้ป้าใส่รากฟันเทียม ซึ่งตอนแรกป้าก็กลัวเจ็บ แต่พอทำไปแล้วก็ไม่รู้สึกเจ็บ แถมยังได้ฟันสวยๆ ไว้เคี้ยวอาหารอีกด้วย” นางให้ กล่าว

             โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นโรงพยาบาลที่ดำเนินงานโครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มาตั้งแต่โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา จนมาถึงโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ เพื่อแก้ปัญหาการสูญเสียฟันในกลุ่มผู้สูงอายุ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของฟันเทียม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคี้ยวอาหาร ซึ่งปัจจุบันรากฟันเทียมเป็นทางเลือกในการรักษาอันดับแรกในการทดแทนฟันที่ สูญเสียไป

             นพ.วิชัย วิเชียรวัฒนชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ต่อชาวนราธิวาส เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ไม่สะดวกในการเดินทางไปรักษาที่ต่างจังหวัด ซึ่งขณะนี้มีผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการจำนวน 29 คน จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบปัญหาในการสื่อสาร เพราะส่วนใหญ่แล้วประชากรในพื้นที่มักจะเป็นชาวมุสลิม ปัญหาเรื่องของความเชื่อทางศาสนาที่อาจทำให้ชาวบ้านไม่ต้องการทำรากฟันเทียม ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจต่อไป อีกทั้งพบปัญหาเรื่องฟันผุ ตั้งแต่เด็กวัย 3 ขวบขึ้นไป เป็นจำนวนมาก จึงต้องช่วยกันทำให้มีฟันที่แข็งแรงและมีปัญหาน้อยที่สุดควบคู่กันไปด้วย

             นอกจากนี้ยังมีทีมทันตแพทย์พระราชทานออกหน่วยที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ให้บริการงานด้านทันตกรรมโครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2558 เข้าไปเสริมการทำงานของทีมทันตแพทย์จากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

             พ.อ.ธนกฤต นพคุณวิจัย ทันตแพทย์ กองทันตแพทย์ กรมแพทย์ทหารบก กล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมามีการดำเนินการในส่วนของทันตกรรมต่างๆ อยู่แล้ว มีผู้เข้ารับบริการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ระยะหลังมานี้พบว่าประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องรับบริการทำทันตกรรมโดยการจัดทำฟันปลอมทั้งปากมาก ขึ้น และถือว่ามากที่สุดในประเทศไทยในเวลานี้ สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นเป็นอย่างดีว่า การดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นปัญหา สาเหตุหลักเป็นเพราะการเข้าถึงการรักษาพยาบาลทำได้ยาก เพราะบางที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลการเดินทางมาโรงพยาบาลทำได้ลำบาก และประชาชนยังคงขาดความรู้เกี่ยวกับทันตกรรม

             “จำนวนไม่น้อยที่อายุเพียง 30 ปี มีปัญหาสูญเสียฟันหมดทั้งปาก เพราะการเข้าไม่ถึงการรักษา อาจจะเป็นเพราะฐานะค่อนข้างยากจน มีความยากลำบากในการเดินทาง ที่สำคัญคือเขาไม่มั่นใจว่าเมื่อเดินทางออกจากบ้านแล้วจะมีความปลอดภัยมาก น้อยแค่ไหน” ทันตแพทย์จากกรมแพทย์ทหารบก กล่าว

             ทั้งนี้โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ นอกจากจะเข้าไปดำเนินการรักษาผู้ป่วยทางทันตกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังมีการดำเนินการในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศด้วย ซึ่งนอกจากส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพในช่องปากที่ดีแล้ว ยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ด้านรากฟันเทียมให้แก่ทันตแพทย์ไทย ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในระดับภูมิภาคด้วย

เครดิตข่าว : http://www.komchadluek.net/detail/20151125/217445.html